TH

นิคมญี่ปุ่นในประเทศปาเลา

ประเทศปาเลา ซึ่งเป็นประเทศเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก มีชุมชนชาวญี่ปุ่นขนาดเล็กที่ส่วนมากแล้วเข้ามาอยู่อาศัยในปาเลาระยะยาว ชาวญี่ปุ่นจำนวนน้อยกลุ่มนี้เริ่มอยู่อาศัยในปาเลาหลังจากได้รับเอกราชใน ค.ศ. 1994 และก่อตั้งกิจการธุรกิจขึ้นในประเทศ อย่างไรก็ตามนิคมชาวญี่ปุ่นในปาเลาสามารถย้อนกลับไปได้ถึงช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 แต่ยังไม่มีการย้ายถิ่นฐานขนาดใหญ่ของชาวญี่ปุ่นสู่ปาเลามากนัก ทว่าเมื่อปาเลาอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น โดยเป็นส่วนหนึ่งของแปซิฟิกใต้ในอาณัติในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1920 มีการย้ายถิ่นฐานขนาดใหญ่เกิดขึ้น ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานจากญี่ปุ่นมีทั้งผู้ที่มีบทบาทด้านการบริหารจัดการในรัฐบาลอาณานิคมญี่ปุ่น และพัฒนาเศรษฐกิจของปาเลา หลังจากการยอมจำนนของญี่ปุ่นใน ค.ศ. 1945 ประชากรชาวญี่ปุ่นแทบทั้งหมดถูกส่งกลับไปประเทศญี่ปุ่น ส่วนประชากรลูกครึ่งญี่ปุ่น-ปาเลายังได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อไป ประชากรเชื้อสายญี่ปุ่น-ปาเลาเป็นประชากรกลุ่มน้อยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจากการที่มีการสมรสต่างพวกระหว่างชาวญี่ปุ่นและชาวปาเลา พวกเขามักระบุตัวตนและปฏิบัติตนสอดคล้องกับบรรทัดฐานและชีวิตประจำวันของชาวปาเลา [6]

นิคมญี่ปุ่นในประเทศปาเลา
มาโมรุ นากามูระ[fn 1]
ลุค ทีแมน[fn 2]
ประชากรทั้งหมด
300 (ค.ศ. 2009)[3][fn 3]
ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างมีนัยสำคัญ
อาเงาร์และคอรอร์
ภาษา
ปาเลา, อังกฤษ, ญี่ปุ่น[4]
ศาสนา
โรมันคาทอลิกและโปรเตสแตนท์[5]
ชินโตและพุทธศาสนา
กลุ่มชาติพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง
ชาวปาเลา, ชาวญี่ปุ่น, ชาวโอกินาวะ

. . . นิคมญี่ปุ่นในประเทศปาเลา . . .

รายงานลายลักษณ์อักษรชิ้นแรกระบุว่าการติดต่อระหว่างชาวญี่ปุ่นกับปาเลาเกิดขึ้นเมื่อลมพัดเรือใบเลียบชายฝั่งของญี่ปุ่นออกนอกเส้นทาง ใน ค.ศ. 1820 และผู้รอดชีวิตทั้งแปดใช้ชีวิตอยู่ในปาเลาเป็นเวลา 5 ปี จนถึง ค.ศ. 1825[7] พ่อค้าชาวญี่ปุ่นเริ่มตั้งนิคมตั้งแต่ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 และใน ค.ศ. 1890 ได้มีการก่อตั้งสถานีการค้าของญี่ปุ่นขึ้น 2 แห่ง[8] พ่อค้าเหล่านี้จำนวนมากสมรสกับธิดาของผู้นำท้องถิ่นและเลี้ยงดูครอบครัวท้องถิ่น เมื่อญี่ปุ่นผนวกปาเลาจากเยอรมนีใน ค.ศ. 1914 ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวญี่ปุ่นและทายาททำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงานของรัฐและล่ามสำหรับการปกครองด้วยรัฐบาลทหารของญี่ปุ่น[9]

คอรอร์ระหว่างการปกครองของญี่ปุ่น

รัฐบาลพลเรือนได้รับการจัดตั้งขึ้นแทนที่การปกครองด้วยทหารใน ค.ศ. 1922 โดยมีศูนย์กลางการบริหารอยู่ที่คอรอร์ รัฐบาลพลเรือนได้ริเริ่มแผนงานที่จะระบุและรวบรวมที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ระหว่าง ค.ศ. 1923 และ 1932 เพื่อการพัฒนาขึ้นใหม่ ที่ดินเหล่านี้ส่วนมากใช้สำหรับการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมและการขยายพื้นที่เมืองเพื่อรองรับประชากรที่ย้ายถิ่นฐานมาจากญี่ปุ่นและโอกินาวะ[10] รัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนชาวญี่ปุ่นและชาวโอกินาวะอย่างแข็งขันเพื่อให้ไปตั้งรกรากใหม่ในภูมิภาคไมโครนีเซีย ซึ่งมีปาเลาเป็นหนึ่งในนั้น และจัดตั้งนิคมเกษตรกรรมขึ้น นิคมเกษตรกรรมแห่งแรกก่อตั้งขึ้นที่เงเรมเลงุยใน ค.ศ. 1926 แต่ผู้ตั้งถิ่นฐานประสบปัญหากับสภาพอากาศร้อนชื้นและต้องละทิ้งนิคมใน ค.ศ. 1930 ทว่าการตั้งนิคมในระยะต่อมาประสบความสำเร็จมากขึ้น[11]

ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ส่งผลให้เกิดการว่างงานครั้งใหญ่ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1920 และ 1930 ชาวญี่ปุ่นและชาวโอกินาวะจำนวนมากย้ายถิ่นฐานมายังปาเลา ผู้ย้ายถิ่นได้นำครอบครัวของพวกเขามาด้วยและพยายามแสวงหางานทำในหลากหลายวิชาชีพ ผู้ย้ายถิ่นชาวญี่ปุ่นได้ตำแหน่งในรัฐบาลอาณานิคม ขณะที่ชาวโอกินาวะและชาวเกาหลีจำนวนหนึ่ง[fn 4] ทำงานเป็นแรงงานในภาคการเกษตร ประมงและอุตสาหกรรมเหมืองแร่[12] ใน ค.ศ. 1935 ชาวญี่ปุ่นมีจำนวนคิดเป็นร้อยละ 60 ของประชากรปาเลา[13] และรวมกลุ่มอยู่ในเขตเมือง เช่น อาเงาร์และคอรอร์ ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวญี่ปุ่นบางส่วนมีหญิงปาเลาเป็นภรรยาหรืออนุภรรยา ทำให้มีประชากรเด็กลูกครึ่งญี่ปุ่น-ปาเลา[fn 5]พอสมควรในเวลานั้น จนถึงปีท้าย ๆ ของการปกครองของญี่ปุ่น[14]

นับตั้งแต่ ค.ศ. 1937 เป็นต้นไป กองทัพเรือญี่ปุ่นได้ขยายสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร ส่งผลให้เกิดการจ้างแรงงานจำนวนมากจากญี่ปุ่นและเกาหลีในการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในระยะเวลาอันสั้น จำนวนของแรงงานบังคับมีมากกว่า 10,000 คนทั้วทั้งภูมิภาคไมโครนีเซีย และสร้างภาระอย่างหนักต่อทรัพยากรอันจำกัดของเกาะ แรงงานชาวโอกินาวะและชาวญี่ปุ่น รวมถึงผู้ตั้งถิ่นฐานถาวรถูกส่งกลับภูมิลำเนาของพวกเขา[15] มีการเกณฑ์ชายชาวญี่ปุ่นเป็นทหาร ส่วนชาวปาเลาที่มีหน้าที่ด้านอำนวยการในกองกำลังตำรวจ ต้องเปลี่ยนงานไปอยู่ในภาคการเกษตร[16] พลเรือนชาวญี่ปุ่นมีส่วนสำคัญในกิจกรรมโฆษณาชวนเชื่อบนเกาะ ในช่วงเวลานี้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากประสบปัญหาเป็นอย่างมากในการจัดการกับความอดอยากจากการที่แหล่งอาหารจากญี่ปุ่นถูกตัดขาด ซึ่งต่างจากชาวปาเลาที่มีองค์ความรู้การเอาชีวิตรอดในเขตร้อนมากกว่าชาวญี่ปุ่น[17]

. . . นิคมญี่ปุ่นในประเทศปาเลา . . .

This article is issued from web site Wikipedia. The original article may be a bit shortened or modified. Some links may have been modified. The text is licensed under “Creative Commons – Attribution – Sharealike” [1] and some of the text can also be licensed under the terms of the “GNU Free Documentation License” [2]. Additional terms may apply for the media files. By using this site, you agree to our Legal pages . Web links: [1] [2]

. . . นิคมญี่ปุ่นในประเทศปาเลา . . .

Back To Top